วันจันทร์ที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2554

ความรู้เรื่องตรรกศาสตร์เบื้องต้น

ตรรกศาสตร์เบื้องต้น
           ประพจน์
          หมายถึง ประโยคหรือข้อความที่ใช้สำหรับบอกค่าความเป็นจริงหรือเท็จเพียงอย่างใดอย่าง หนึ่ง ส่วนประโยคหรือข้อความที่ไม่สามารถบอกค่าความจริงหรือเป็นเท็จได้จะไม่เรียกว่า ประพจน์
          ตัวอย่างของประโยคหรือข้อความที่เป็นประพจน์ เช่น
                    ดวงอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันออก
                    สุนัขมี 4 ขา
                    ประเทศไทยมีชายแดนติดกับประเทศอินเดีย
                    เดือนมกราคมมี 30 วัน
          ตัวอย่างของประโยคหรือข้อความที่ไม่เป็นประพจน์ เช่น
                    ห้ามเดินลัดสนาม
                    กรุณาปิดไฟก่อนออกจากห้อง
                    เธอกำลังจะไปไหน
                    เขาเป็นนักฟุตบอลทีมชาติไทย
                    Y + 5 = 8
           ประโยคเปิด
          คือ ประโยคหรือข้อความที่มีค่าตัวแปรอยู่ในประโยค และยังไม่สามารถทราบค่าความจริง ถ้าทำการแทนค่าตัวแปรนั้นด้วยค่าบางอย่าง จำทำให้ประโยคหรือข้อความนั้นมีค่าออกมาเป็นจริงหือเป็นเท็จ ต้วอย่างของประโยคเปิด เช่น
                    เขาเป็นนักฟุตบอลทีมชาติไทย ถ้าแทนเขาด้วยชื่อของนักฟุตบอลทีมชาติไทยประโยคนี้จะมีค่าเป็นจริง ถ้าแทนเข้าด้วยอื่นที่ไม่ใช่ชื่อนักฟุตบอลทีมชาติไทย ประโยคนี้จะมีค่าเป็นเท็จ
                    Y + 5 = 8 ถ้าแทนค่าของ Y ด้วย 3 ประโยคนี้จะมีค่าออกมาเป็นจริง ถ้าแทนค่าของ Y ด้วย ตัวเลขอื่น ประโยคนี้จะมีค่าออกมาเป็นเท็จ
  ตัวเชื่อมทางตรรกศาสตร์
          ตัวเชื่อมทางตรรกศาสตร์ใช้สำหรับกรณีที่ต้องการเชื่อมประพจน์มาก ว่า 1 ประพจน์เข้าด้วยกัน เรียกว่า ประพจน์เชิงประกอบ ส่วนประพจน์ที่ไม่มีตัวเชื่อมทางตรรกศาสตร์ เรียกว่า ประพจน์เดี่ยว สัญลักษณ์ที่ใช้สำหรับเป็นตัวเขื่อมทางตรรกศาสตร์มีดังต่อไปนี้


ตัวเชื่อมทางตรรกศาสตร์
สัญลักษณ์
และ
หรือ
ถ้า...แล้ว
ก็ต่อเมื่อ
ไม่
~
        ใน ทางตรรกศาสตร์เพื่อความสะดวกสำหรับการศึกษาเกี่ยวกับการทำงานของตัวเชื่อม ทางตรรกศาสตร์ นิยมแทนแต่ละประพจน์ด้วยตัวอักษร P,Q,R ... และใช้ T (True) และ F (False) แทนค่าของผลลัพธ์ที่ได้จากประพจน์เป็นจริงและเป็นเท็จ ตามลำดับ
                    ถ้า P แทนประพจน์ "ดวงอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันออก" ค่าของความจริงที่ได้จากประพจน์ P มีผลลัพธ์ออกมาเป็นจริง แทนค่าความจริงของประพจน์ P คือ T
                    ถ้า Q แทนประพจน์ "เดือนมกราคมมี 30 วัน" ค่าของความจริงที่ได้จากประพจน์ Q มีผลลัพธ์ออกมาเป็นเท็จ แทนค่าความจริงของประพจน์ Q คือ F
ข้อความ
สัญลักษณ์
ดวงอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันออก และ เดือนมกราคม มี 30 วัน
ดวงอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันออก หรือ เดือนมกราคม มี 30 วัน
ถ้าดวงอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันออก แล้ว เดือนมกราคม มี 30 วัน
ดวงอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันออก ก็ต่อเมื่อ เดือนมกราคม มี 30 วัน

   ค่าความจริงของประพจน์         ผลลัพธ์ที่ได้จากประพจน์เชิงประกอบที่ใช้ตัวเชื่อมทางตรรกศาสตร์ แต่ละชนิด จะมีผลลัพธ์ที่ต่างกันออกไป การแสดงผลลัพธ์ที่ได้จากตัวเชื่อมทางตรรกศาสตร์สามารถแสดงโดยใช้ตารางค่า ความจริงสำหรับใช้แสดงค่าความจริงทั้งหมดที่สามารถเป็นไปได้ โดยค่าความจริงทั้งหมดที่สามารถเป็นไปได้ที่เกิดจากประพจน์เชิงประกอบมีค่า เท่ากับ เมื่อ n คือจำนวนประพจน์เดี่ยวที่ประกอบอยู่ภายในประพจน์เชิงประกอบ เช่น ประพจน์เชิงประกอบเกิดจากประพจน์เดี่ยวจำนวน 2 ประพจน์ ค่าความจริงทั้งหมดที่สามารถเป็นไปได้ คือ 4 คำ
          ถ้าให้ P,Q คือ ประพจน์ และ T,F คือผลลัพธ์ของประพจน์ ที่เป็นจริงและเป็นเท็จตามลำดับ ผลลัพธ์ที่ได้จากการกระทำของตัวเชื่อมทางตรรกศาสตร์แต่ละชนิดได้ ดังนี้
          ค่าความจริงที่ได้จากตัวเชื่อมทางตรรกศาสตร์ "และ"          ผลลัพธ์ของประพจน์เชิงประกอบทีได้จากการกระทำของตัวเชื่อมทาง ตรรกศาสตร์ "และ" จะเป็นจริงเพียงกรณีเดี่ยว คือ เมื่อค่าความจริงของประพจน์ทั้งสองที่นำมากระทำกันเป็นจริงทั้งคู่ ถ้ามีประพจน์ใดประพจน์หนึ่งเป็นเท็จ ผลลัพธ์ที่ได้จะออกมาเป็นเท็จทันที
P
Q
P ^ Q
F
F
F
F
T
F
T
F
F
T
T
T
ตารางค่าความจริงที่ได้จากตัวเชื่อมทางตรรกศาสตร์ "และ"
 ค่าความจริงที่ได้จากตัวเชื่อมทางตรรกศาสตร์ "หรือ"
          ผลลัพธ์ของประพจน์เชิงประกอบทีได้จากการกระทำของตัวเชื่อมทาง ตรรกศาสตร์ "หรือ" จะเป็นจริงเมื่อค่าความจริงของประพจน์ใดประพจน์หนึ่งเป็นจริง ถ้าประพจน์ทั้งสองที่นำมากระทำกันเป็นเท็จทั้งคู่ ผลลัพธ์ที่ได้จะออกมาเป็นเท็จ
P
Q
P v Q
F
F
F
F
T
T
T
F
T
T
T
T
ตารางค่าความจริงที่ได้จากตัวเชื่อมทางตรรกศาสตร์ "หรือ"
         ค่าความจริงที่ได้จากตัวเชื่อมทางตรรกศาสตร์ "ถ้า....แล้ว"         ประพจน์เชิงประกอบทีได้จากการกระทำจองตัวเชื่อมทางตรรกศาสตร์ "ถ้า...แล้ว" จะเป็นลักษณะของประพจน์ที่เป็นเหตุเป็นผลกัน โดยประพจน์ที่อยู่ถัดจาก "ถ้า" จะเป็นประพจน์ที่เป็นเหตุ ส่วนประพจน์ที่อยู่ถัดจาก "แล้ว" จะเป็นประพจน์ที่เป็นผล ผลลัพธ์ที่ได้จากตัวเชื่อมทางตรรกศาสตร์ "ถ้า...แล้ว" จะเป็นเท็จเมื่อ
ค่าความจริงของประพจน์ที่เป็นเหตุเป็นจริงและประพจน์ที่ เป็นผลมีค่าเป็นเท็จ นอกนั้นในกรณีอื่นผลลัพธ์เชิงประกอบทีได้จะมีค่าออกมาเป็นจริง
P
Q
F
F
T
F
T
T
T
F
F
T
T
T
ตารางค่าความจริงที่ได้จากตัวเชื่อมทางตรรกศาสตร์
 "ถ้า...แล้ว"
ค่าความจริงที่ได้จากตัวเชื่อมทางตรรกศาสตร์ "ก็ต่อเมื่อ"
          การกระทำของตัวเชื่อมทางตรรกศาสตร์ "ก็ต่อเมื่อ" ผลลัพธ์ของประพจน์เชิงประกอบทีได้จะเป็นจริงเมื่อค่าความจริงของประพจน์ทั้ง สองที่นำมากระทำกันมีค่าความจริงที่เหมือนกันคือ ค่าความจริงของประพจน์เป็นจริงทั้งคู่หรือเป็นเท็จทั้งคู่ ถ้าค่าความจริงของประพจน์ทั้งสองที่นำมากระทำกันมีค่าต่างกัน ผลลัพธ์ที่ได้จะออกมาเป็นเท็จ
P
Q
F
F
T
F
T
F
T
F
F
T
T
T
ตารางค่าความจริงที่ได้จากตัวเชื่อมทางตรรกศาสตร์
 "ก็ต่อเมื่อ"
          นิเสธของประพจน์         การทำนิเสธของประพจน์หรือการกระทำตัวดำเนินการ "ไม่" จะเป็นการเปลี่ยนค่าความจริงของประพจน์นั้นให้เป็นค่าที่ตรงข้าม คือ ถ้าค่าความจริงของประพจน์นั้นเป็นจริง การทำนิเสธของประพจน์นั้นจะได้ผลลัพธ์ออกมาเป็นเท็จ ถ้าค่าความจริงของประพจน์นั้นเป็นเท็จ การทำนิเสธของประพจน์นั้นจะได้ผลลัพธ์ออกมาเป็นจริง
P
Q
~P
T
F
F
F
T
T
ตารางค่าความจริงที่ได้จากการกระทำนิเสธของประพจน์
ประพจน์ที่ประกอบด้วยหลายตัวเชื่อมทางตรรกศาสตร์          การหาค่าความจริงของประพจน์ที่ประกอบด้วยหลายตัวเชื่อมทาง ตรรกศาสตร์ สามารถทำได้โดยใช้ตารางค่าความจริง การบอกลำดับของการกระทำระหว่างประพจน์จำใช้วงเล็บในการบอกลำดับการทำงาน ถ้ามีนิเสธ ให้ทำในส่วนของนิเสธของประพจน์ก่อนเป็นอันดับแรก ตัวอย่างของการหาค่าความจริงของประพจน์ที่ประกอบด้วยหลายตัวเชื่อมทาง ตรรกศาสตร์แสดงได้ ดังนี้
          ตัวอย่างที่ 1   จงเขียนตารางค่าความจริงของ ~Q^R
          จากตัวอย่างประพจน์นี้ปรกอบด้วย 2 ประพจน์ย่อย ดังนี้ ค่าความจริงที่สามารถเป็นไปได้มีทั้งหมด 4 กรณี สามารถเขียนเป็นตารางค่าความจริงได้ ดังนี้
Q
R
~Q
~Q^R
F
F
T
F
F
T
T
T
T
F
F
F
T
T
F
F
          ตัวอย่างที่ 2   จงเขียนตารางค่าความจริงของ (~Q^R) v (R^~S)
          จากตัวอย่างประพจน์นี้ปรกอบด้วย 3 ประพจน์ย่อย คือ Q,R และ S ดังนั้นค่าความจริงที่สามารถเป็นไปได้มีทั้งหมด 23 = 8 กรณี สามารถเขียนเป็นตารางความจริงได้ ดังนี้
Q
R
S
~R
Q^~S
~S
R^~S
(A^~R) v (R^~S)
F
F
F
T
F
T
F
F
F
F
T
T
F
F
F
F
F
T
F
F
F
T
T
T
F
T
T
F
F
F
F
F
T
F
F
T
T
T
F
T
T
F
T
T
T
F
F
T
T
T
F
F
F
T
T
T
T
T
T
F
F
F
F
F
 ตัวอย่างที่ 3   จงเขียนตารางค่าความจริงของ (~Q^R)<-->(Q^R)
          จากตัวอย่างประพจน์นี้ปรกอบด้วย 2 ประพจน์ย่อย ดังนี้ ค่าความจริงที่สามารถเป็นไปได้มีทั้งหมด 4 กรณี สามารถเขียนเป็นตารางค่าความจริงได้ ดังนี้
Q
R
~Q
~Q v R
Q^R
(~QvR)<-->(Q^R)
F
F
T
T
F
F
F
T
T
T
F
F
T
F
F
F
F
T
T
T
F
T
T
T
           การหาค่าความจริงโดยไม่ใช้ตารามความจริง          การหาค่าความจริงของประพจน์เชิงประกอบ นอกจากหาค่าโดยใช้ตารางค่าความจริงในการหาค่าความจริง ยังสามารถทำได้อีกวิธีหนึ่ง คือ การแทนค่าความจริงของแต่ละประพจน์ย่อยลงไป แล้วทำการพิจารณาการกระทำของตัวเชื่อมทางตรรกศาสตร์ เพื่อนำมาหาค่าความจริงของประพจน์เชิงประกอบนนั้น
  ตัวอย่างที่ 1 จงหาค่าความจริงของประพจน์ต่อไปนี้ คือ P^~Q เมื่อประพจน์ P และ ประพจน์ Q มีค่าความจริงเป็นจริงทั้งสองประพจน์
  ตัวอย่าง ที่ 2 จงหาค่าความจริงของประพจน์ต่อไปนี้ คือ (P^~R)-->(R<-->Q) เมื่อประพจน์ P และ ประพจน์ Q มีค่าความจริงเป็นจริงและประพจน์ R มีค่าความเป็นจริงเป็นเท็จ

   ประพจน์สัจนิรันดร์          ประพจน์ที่เป็นสัจนิรันดร์ คือ ประพจน์ที่ประกอบด้วยค่าความจริงที่เป็นจริงในทุกกรณี ตัวอย่างเช่น ประพจน์เชิงประกอบที่ประกอบด้วยประพจน์ย่อย 2 ประพจน์ กรณีที่สามารถเป็นไปได้ คือ 4 กรณี โดยที่ทุกกรณีจะให้ค่าความจริงออกมาเป็นจริงทั้งหมด


          ตัวอย่างที่ 1  จงทำการตรวจสอบว่าประพจน์ P-->(QvP) เป็นสัจนิรันดร์หรือไม่
Q
P
QvP
P-->(QvP)
F
F
F
T
F
T
T
T
T
F
T
T
T
T
T
T
ประพจน์ P -->(QvP) เป็นสัจนิรันดร์
          ตัวอย่างที่ 2   จงทำการตรวจสอบว่าประพจน์ (P-->(QvR))v(Q<-->(P^R)) เป็นสัจนิรันดร์หรือไม่
P
Q
R
QvR
P-->(QvR)
P^R
(Q<-->(P^R)
(P-->(QvR))v(Q<-->(P^R))
F
F
F
F
T
F
T
T
F
F
T
T
T
F
T
T
F
T
F
T
T
F
F
T
F
T
T
T
T
F
F
T
T
F
T
F
F
F
T
T
T
F
F
T
T
T
F
T
T
T
T
T
T
F
F
T
T
T
T
T
T
T
T
T
ประพจน์ (P-->(QvR))v(Q<-->(P^R)) เป็นสัจนิรันดร์

  ประพจน์ที่สมมูลกัน          ประพจน์สองประพจน์มีความสมมูลกัน ก็ต่อเมื่อประพจน์ทั้งสองประกอบด้วยประพจน์ย่อยที่เหมือนกันและให้ค่าความ จริงออกมาเหมือนกันในทุกกรณี ใช้สัญลักษณ์ แทนการสมมูลกัน


          ตัวอย่างที่ 1   จงทำการตรวจสอบว่าประพจน์ P-->Q และ ~Q-->~P เป็นประพจน์ที่สมมูลกันหรือไม่
P
Q
P-->Q
~P
~Q
~Q-->~P
F
F
T
T
T
T
F
T
T
T
F
T
T
F
F
F
T
F
T
T
T
F
F
T
P-->Q และ ~Q-->~P เป็นประพจน์ที่สมมูลกัน
หรือเขียนได้ว่า P-->Q ~Q-->~P
          ตัวอย่างที่ 2   จงทำการตรวจสอบว่าประพจน ์(P-->(QvR))v(Q<-->(P^R)) เป็นสัจนิรันดร์หรือไม่
P
Q
P-->Q
~(P-->Q)
~Q
P^~Q
F
F
T
F
T
F
F
T
T
F
F
F
T
F
F
T
T
T
T
T
T
F
F
F
ประพจน์ ~(P-->Q) และ P^~Q เป็นประพจน์ที่สมมูลกัน
หรือเขียนได้ว่า ~(P-->Q) P^~Q

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น